ชาวประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี เผยน้ำมันแพง กระทบภาคการประมง

รูปข่าว : ไขข้อข้องใจ วางแผน "แหกคุก" มีความผิดหรือไม่

ชาวประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี เผยต้นทุนประกอบอาชีพเพิ่ม แต่รายได้เท่าเดิม ทั้งยังเจอหน้ามรสุม แทบไม่คุ้มกับการออกเรือแต่ละรอบ

กลุ่มประมงพื้นบ้านบ้านอ่าวหมู อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี กำลังช่วยกันซ่อมแซมและกำจัดขยะที่ติดกับอวน เพื่อเตรียมนำอวนลงเรือไปวางไว้เพื่อดักสัตว์น้ำ ในช่วงที่คลื่นลมสงบ เป็นการหารายได้เลี้ยงปากท้อง นายนาวี  เนินหาด ชาวประมงพื้นบ้าน บอกว่า ตอนนี้เจอผลกระทบกับราคาน้ำมันที่แพงขึ้น แม้จะไม่กระทบมากเพราะใช้น้ำมันทีละ 5-6 ลิตรในการออกเรือวางอวน  แต่รายจ่ายในการซื้อสินค้าต่างๆเพิ่มขึ้น ส่วนราคาขายสัตว์น้ำที่หาได้ อย่างเช่น ปู ปลา กลับมีราคาเท่าเดิม ไม่ได้มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด แต่ก็ต้องออกเรือ เพราะจะได้มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว เนื่องจากช่วงนี้จะเป็นหน้ามรสุม หากไม่ออกเรือ ช่วงมรสุมเข้า คลื่นสูง ออกเรือไม่ได้จะไม่มีรายได้เลย

ขณะที่ท่าเทียบเรือหน้าวัดเขาแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี  พบว่า มีเรือขนาดเล็กและขนาดใหญ่จอดเทียบท่าเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเรือประมงพาณิชย์ที่งดออกเรือชั่วคราว เพราะเป็นช่วงหน้ามรสุม น้ำไม่ดี ออกเรือไปแต่ละครั้งก็ไม่คุ้มทุน นายมนัส มามีไชย ไต๋เรือประมงพาณิชย์ ที่ออกไดหมึก บอกว่า ปัจจุบันเรือที่ออกทำประมงเติมน้ำมันดีเซล แต่ละครั้ง 2,100-2,200 ลิตร  ต้นทุนประมาณ 75,000 บาท จากเมื่อก่อน เติมน้ำมันเท่ากัน ต้นทุนอยู่ที่ 30,000-40,000 บาท หากออกไปแล้วไม่ได้หมึก จะต้องขาดทุนอย่างแน่นอน ส่วนราคาหมึกยังขายอยู่ราคาเดิมคือกิโลกรัมละ 90-100 บาท ยอมรับว่าต้นทุนการออกเรือที่สูงกระทบมาก เพราะมีลูกน้องด้วย ตอนนี้จึงจอดเรือเพื่อซ่อมบำรุงเตรียมความพร้อมในการออกเรือรอบหน้าแทน ยอมรับว่าท้อแท้ หากไม่ออกเรือแล้ว ตอนนี้ก็ยังมีอีกหนึ่งทางคือ ขายเรือทิ้ง เพราะแบกรับภาระไม่ไหว 

#NBTจันทบุรี #NBTภาคกลาง #ข่าวช่อง11

แท็ก