กากอุตสาหกรรม ปนเปื้อนแคดเมี่ยม เกลื่อน 10 จุดใน 2 อำเภอ จ.สระแก้ว
จังหวัดสระแก้วเร่งบูรณาการทุกหน่วยงาน แก้ปัญหาลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม หลังพบพื้นที่เสี่ยง 10 จุด ใน 5 ตำบล 2 อำเภอ โดยบางจุดตรวจพบสารแคดเมียมและตะกั่วปนเปื้อน รองผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งเดินหน้าดำเนินคดี พร้อมเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและตั้งด่านสกัดรถบรรทุก ป้องกันการลักลอบนำของเสียเข้าพื้นที่
นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบทิ้งของเสีย โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่อยู่ในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบ และพื้นที่ ที่ต้องเฝ้าระวัง เข้าร่วมประชุม 
โดย นายปราโมทย์ อรกิจ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยรายละเอียด ถึง 10 จุด ใน 5 ตำบล 2 อำเภอ คืออำเภอเมือง และอำเภอวัฒนานคร ที่มีการนำกากอุตสาหกรรม จากจังหวัดข้างเคียง เข้ามาทิ้งในพื้นที่ โดยกากอุตสาหกรรมดังกล่าว อยู่ในกลุ่มขยะในภาคอุตสาหกรรม กำจัดขยะ เช่น เศษสายไฟ น้ำมันเก่า และบางจุด ทาง สำนักงาน อุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้วได้นำส่งตรวจ สารปนเปื้อน พบ สารอันตรายหลายชนิด อาทิสารแคดเมียม สารตะกั่ว ซึ่งล้วนเป็นสารก่อมะเร็ง ที่ส่งผลกระทบทางด้านสุขภาพกับพี่น้องประชาชนอย่างรุนแรง โดยพื้นที่ทั้ง 10 จุด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่ ไม่มีผู้ดูแลเช่นป่ายูคาลิปตัส ไร่มันสำปะหลัง เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล มีชื่อเจ้าของโฉนดระบุตัวตนชัดเจน บางจุด เป็นพื้นที่ที่ไม่มีคนดูแลปล่อยทิ้งร้าง และไม่สามารถดำเนินการเข้าแจ้งความได้ด้วยตนเอง อยู่ในระหว่างมอบอำนาจ ให้ผู้นำชุมชนเป็นเจ้าทุกข์เข้าแจ้งความดำเนินคดี
กรณี พื้นที่ หมู่ 4 ตำบล โนนหมากเค็ง อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ที่อยู่ห่างจากบ้านชาวบ้านประมาณ 200 เมตร และชาวบ้านในพื้นที่เป็นคน แจ้งความผิดปกติ หลังได้กลิ่นเหม็นรุนแรง จึงร้องเรียนไปยังผู้นำชุมชนให้เข้าตรวจสอบ พบเป็นกองเศษวัสดุอันตราย มีกลิ่นเหม็น และมีน้ำเสียปนเปื้อนค่อยค่อยไหลซึมลงน้ำใต้ดิน
นอกจากนี้ยังพบในพื้นที่ หมู่ 1 บ้านเขาดิน ตำบลหนองบอน อำเภอเมืองจังหวัดสระแก้ว พบเป็นกองขยะจำพวก เศษสายไฟบดอัด ภายหลังฝนตกลงมาเศษวัตถุอันตราย ไหลลงพื้นที่แหล่งน้ำ

และอีกหนึ่งจุดที่ตรวจพบพร้อมของกลางขณะกำลังนำมาทิ้งที่บริเวณ หมู่ 1 ตำบลห้วยโจด อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว พบของกลางเป็นรถบรรทุกพ่วง หมายเลขทะเบียน 70-3906 ปราจีนบุรี ที่กระบะพ่วงด้านบน ยังคงมีวัสดุอันตรายค้างอยู่บนรถ ซึ่งทั้งหมดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อายัดของกลาง ไม่อนุญาตให้เพื่อนย้าย หรือกำจัดได้ และได้มีการนำโซ่มาคล้องล้อเอาไว้เพื่อป้องกันการ เคลื่อนย้ายทำลายของกลาง
ในส่วนของวัตุอันตราย ในหลายหลายจุดสร้างความกังวลใจให้กับชาวบ้าน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหากลิ่นเหม็นและความกังวลใจในเรื่องของปัญหาน้ำเสียน้ำใต้ดินที่จะปนเปื้อน มากับขยะพิษเหล่านี้
ขณะที่พื้นที่ตำบลห้วยโจด ที่อยู่ใกล้กับบริษัทโปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี 1999 จำกัด มหาชน ที่ ตลอด 20 ปี ต้องเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมายาวนาน มีปัญหาน้ำบาดาล หรือแหล่งน้ำธรรมชาติไม่สามารถใช้อุปโภคบริโภคได้ เนื่องจาก พบว่าปนเปื้อนสารตะกั่วสูงเกินค่ามาตรฐาน กรณีที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้จึงสร้างความกังวลใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก ว่าจะซ้ำรอยกับเหตุการณ์ ที่การกำจัดขยะพิษไม่ได้มาตรฐานส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะที่แนวทางการแก้ปัญหาของจังหวัดสระแก้วได้บูรณาการทุกภาคส่วน ในการเฝ้าระวัง การลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม โดยมอบหมาย ให้ ผู้นำชุมชน เร่งประชาสัมพันธ์ให้กับชาวบ้านในพื้นเสี่ยง เช่นพื้นที่ เกษตรกรรม ที่มีแหล่งน้ำมีบ่อดิน จะเป็นจุดที่ขบวนการลักรอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ซึ่งเจ้าของพื้นที่จะมีความผิดโดยตรงจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้
และในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะตั้งด่านตรวจเป็นประจำวันละ 2 ครั้ง เพื่อป้องปรามกลุ่มผู้ลักลอบ ทำผิดกฎหมาย
ขณะที่ตัวแทนของสำนักงาน สิ่งแวดล้อมภาค 7 จังหวัดสระบุรี ได้เตรียมนำเจ้าหน้าที่ควบคุมมลพิษลงพื้นที่ตรวจสอบวัดค่าอากาศในช่วงเย็นวันพรุ่งนี้เพื่อ ตรวจวัดคุณภาพอากาศเพื่อเตรียมนำเสนอให้กับทางจังหวัดสระแก้วได้หาแนวทางดูแลพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบทางด้านสุขภาพ เพื่อเป็นการ ป้องกันตนเอง ในเบื้องต้น

และในส่วนของกระบวนการกฎหมายนั้นทางด้าน สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว ได้เปิดเผยถึงกระบวนการเอาผิดกัยกลุ่มผู้ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในครั้งนี้ ว่าได้มีแนวทางแจ้งความเอาผิด และรู้ ตัวตนของ บริษัทต้นทาง ที่ทำหน้าที่ขนส่งกากอุตสาหกรรมดังกล่าว จากจังหวัดข้างเคียงเข้ามามายังพื้นที่จังหวัดสระแก้วแล้ว แต่ยังสามารถเปิดเผยรายละเอียดชื่อบริษัทได้ และหลังจากที่ได้ชนิดของสารพิษอันตรายที่อยู่ในขยะตามจุดต่างๆที่เข้าไปตรวจสอบแล้วจะเป็นตัวแทนจังหวัดสระแก้ว ในการยื่นฟ้องร้องไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดสระแก้วเพื่อให้ศาลจังหวัดสระแก้วได้พิจารณาบทลงโทษ และพิจารณาแนวทางในการการกำจัดขยะดังกล่าวเพื่อหาผู้ที่รับผิดชอบในการจ่ายค่าเสียหายในกระบวนการจัดการขยะพิษเหล่านี้ ซึ่งในกระบวนการกำจัดนั้นจำเป็นต้องใช้ ผู้เชี่ยวชาญและมีค่าใช้จ่าย
ขณะที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้นำเสนอถึงแนวทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หากทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ชาวบ้านในพื้นที่ รับผิดชอบ ได้รับผลกระทบอย่างหนักทั้งปัญหาคุณภาพอากาศหากมีงบฉุกเฉินก็สามารถที่จะนำมาใช้ช่วยเหลือได้ในเบื้องต้น เช่นกันนำออกจากพื้นที่โดยการกำจัดอย่างถูกวิธี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย เนื่องจากสารพิษดังกล่าวจะต้องรอศาลเป็นผู้สั่งการ กำจัด 
โดย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้แจ้งให้ที่ประชุมได้หา กรณีการลักลอบทิ้งจากอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่างๆเพื่อนำมาเป็น กรณีตัวอย่าง ในการกำหนดกรอบระยะเวลา ในการจัดการขยะพิษเหล่านี้ในพื้นที่จังหวัดสระแก้วให้แล้วเสร็จ เพื่อ คลายความกังวลให้กับชาวบ้าน ว่ากระบวนการของทางราชการนั้นจะมีอยู่ในระยะเวลาประมาณเท่าไหร่




