ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ดร.รัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร นายกสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย - กัมพูชา พร้อมด้วย นายสายัณห์ ตรีผล สาธารณสุขอำเภอโป่งน้ำร้อน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ของอำเภอโป่งน้ำร้อน เข้าตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการเชิงรุก นำประชาชนในพื้นที่ชายแดนด้านอำเภอโป่งน้ำร้อน ทั้งคนไทย พ่อค้า แม่ค้าชาวกัมพูชา และแรงงานข้ามชาติ เข้าตรวจคัดกรองโควิด-19 เชิงรุก ซึ่งครั้งนี้นับว่าเป็นรอบที่ 3 ของการคลีนพื้นที่ชายแดน

สาธารณสุขอำเภอโป่งน้ำร้อน กล่าวว่า การตรวจเชิงรุกครั้งนี้ เป็นการประสานความร่วมมือระหว่างสาธารณสุขอำเภอ สาธารณสุขจังหวัดและภาคเอกชน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี โดยทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าจำเป็นที่จะต้องสร้างพื้นที่ชายแดนให้สะอาดอีกรอบ เหตุเพราะพื้นที่ตอนในของจังหวัดจันทบุรียังพบผู้ติดเชื้อรายวัน และอยู่ในกลุ่มของคลัสเตอร์ตลาดผลไม้ หวั่นว่าอาจจะนำพาเข้ามาติดในพื้นที่ตลาดชานแดนได้ โดยเริ่มปฏิบัติการมาตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา

และจากการปฏิบัติการเชิงรุกระยะแรกพบผู้ติดเชื้อในพื้นที่ตลาดผลไม้ชายแดน 2 ราย สอบสวนโรคแล้วเป็นการนำเชื้อเข้ามาจากพื้นที่อื่น โดยติดมากับรถบรรทุกผลไม้จากตลาดสี่มุมเมือง ที่เป็นคลัสเตอร์ใหญ่ก่อนหน้านี้ จึงจำเป็นต้องนำประชาชนในพื้นที่ชายแดนเข้าตรวจคัดกรองเชิงรุก ค้นหาผู้ติดและกลุ่มเสี่ยงแยกออกจากกัน โดยพบผู้ติดเชื้อจากการค้นหาเชิงรุก 35 ราย ในพื้นที่หมู่ 4 เทพนิมิต ,หมู่3และ6 ของหนองตาคง ปัจจุบันเรียกตรวจไปแล้วกว่า 2 พันคน โดยผลตรวจวานนี้ไม่พบผู้ติดเชื้อ ขณะที่วันนี้เรียกตรวจอีก 400 คน

ทั้งนี้ผู้นำท้องถิ่นเตรียมจัดพื้นที่ LQ สำหรับกลุ่มเสี่ยงสัมผัสผู้ติดเชื้อให้เป็นพื้นที่กลาง ให้ง่ายต่อการดูแลควบคุม หยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ระหว่างรอการกระจายการฉีดวัคซีนภาคประชาคน ซึ่งคาดว่าจะได้รับการจัดสรรวัคซีนลงพื้นที่เพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า

ด้านนายกสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย–กัมพูชา จันทบุรี กล่าวว่า ภาคเอกชนได้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือหน่วยงานภาครัฐ ในการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังได้จัดชุดสายข่าวในการติดตามกลุ่มเสี่ยง หรือผู้กักกันโรค ร่วมกับฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่สนับสนุนการทำงานอีกแรง ขณะที่พื้นที่ตลาดการค้าชายแดนบ้านแหลม ยังคงเน้นย้ำการแบ่งโซนการซื้อ-ขาย ระหว่างสินค้าอุปโภคบริโภค และรถสินค้าส่ง-ออก ไม่ให้เกี่ยวข้องกัน เพื่อลดการสัมผัสใกล้ชิด ง่ายต่อการควบคุม พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิดอย่างเข้มข้นทุกวัน ซึ่งจะช่วยผลักดันให้พื้นที่ชายแดนจังหวัดจันทบุรี เป็นชายแดนสีขาวปลอดโควิดโดยเร็ว






